กระจ่างแล้ว ปม “ทหารเรือ” กับ “บุ๋ม ปนัดดา” ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันไม่มีนายทหารเรือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
กลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่กำลังเผชิญกระแสข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อพิพาทต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายทหารเรือยศใหญ่ จนทำให้หลายคนสงสัยว่าเรื่องราวดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร

กระจ่างแล้ว ปม ทหารเรือ กับ “บุ๋ม ปนัดดา” เข้าใจกันคลาดเคลื่อน
ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวดังกล่าว หลังมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับประเด็นเส้นทางการเงินที่ถูกกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงไปถึงนายทหารเรือ พร้อมเปิดเผยว่าได้สอบถามเรื่องนี้กับผู้บัญชาการสอบสวนกลางโดยตรงแล้ว
โดย หนุ่ม กรรชัย เผยว่า “สำหรับเรื่องที่ว่ามีเงินไปถึงทหารเรือ ทหารเรือเป็นกิ๊กคุณบุ๋มหรือเปล่า มันไม่น่าจะใช่ ผมเลยสอบถามเรื่องนี้เมื่อวานนี้กับทางท่าน พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เองเลย ได้มีโอกาสสอบถามท่าน คุยกับท่านว่า ทหารเรือที่วันนั้นท่านพูดคืออะไร ท่านก็เลยบอกว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย
กระจ่างแล้ว ปม ทหารเรือ กับ “บุ๋ม ปนัดดา” เข้าใจกันคลาดเคลื่อน
วันนั้นท่านบอกว่าท่านแถลงข่าวกับทหารเรืออยู่ แล้วพอดีสื่อเข้าไปในระหว่างการแถลงข่าว แล้วก็ไปถามเรื่องคุณบุ๋ม ท่านก็เลยบอกว่าเกรงใจทหารเรือเขา พอดีเขานั่งอยู่ด้วยตรงนี้ แต่สื่อไปเข้าใจว่า ท่านไปสื่อว่า คุณบุ๋มมีเส้นเงินไปถึงทหารเรือ จริงๆ มันไม่เกี่ยวกันเลยครับ คือมันเป็นการแถลงข่าวระหว่างสอบสวนกลางร่วมกับทหารเรือในวันนั้นพอดี”
ทั้งนี้ หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่า จากคำชี้แจงที่ได้รับ ประเด็นนายทหารเรือที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันของสอบสวนกลางและทหารเรือ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของบุ๋ม ปนัดดา ตามที่มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนแต่อย่างใด

กระจ่างแล้ว ปม ทหารเรือ กับ “บุ๋ม ปนัดดา” เข้าใจกันคลาดเคลื่อน
ซึ่งล่าสุด 4 พ.ย.69 ทาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาสัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงข้าราชการทหารเรือนั้น
จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่าไม่มีนายทหารเรือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ขณะที่กรณีของคุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้นั้น เป็นการเข้ามาให้ข้อมูล ให้ความเห็น และให้ความร่วมมือกับทางพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งเป็นอย่างเรียบร้อยดี
ส่วนการตรวจสอบมูลนิธิฯ ที่ทาง บก.ปอศ.ได้วางแนวทางในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดูว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการชวนเชื่อให้โอนเงินบริจาคแล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และการแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

กระจ่างแล้ว ปม ทหารเรือ กับ “บุ๋ม ปนัดดา” เข้าใจกันคลาดเคลื่อน
ขณะที่กรณีสามีของบุ๋ม ปนัดดา ช่างเอ๋ ซึ่งถูก บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง แต่ทาง ปอศ. กันไว้เป็นพยาน จนเกิดข้อสงสัยว่าจะเข้าข่ายเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น ทาง ผบช.ก. ระบุว่า ไม่อยากให้นำสองเรื่องมาปะปนกัน เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษเองซึ่งทางกองปราบจะเป็นผู้ทำคดี ส่วน บก.ปอศ. จะดำเนินการในส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับมุลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งทั้งกองปราบและ ปอศ. ต้องรวบรวมหลักฐานร่วมกันจนสมบูรณ์ก่อน จึงจะสรุปได้ว่าใครมีความผิดบ้าง
ส่วนกรณีที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินในนามมูลนิธิโดยไม่มีกรรมการคนอื่นรับรู้ เจ้าหน้าที่จะยึดพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินเชิงประจักษ์เป็นหลักในการพิสูจน์ความจริง เพราะหลักฐานทางบัญชีจะระบุความจริงทั้งหมด

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนเคยเสนอข่าวเรื่องแผนประทุษกรรมว่าคล้ายถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก และสาเหตุที่ตำรวจเลือกเชิญกลุ่มคนมีชื่อเสียงหรือดารานักแสดงมาสอบปากคำก่อน เนื่องจากเป็นคดีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเริ่มติดตามสืบหาเส้นทางการเงินจากกลุ่มผู้บริจาครายใหญ่เป็นหลักก่อน เพื่อความรวดเร็วในการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะทยอยขยายผลไปยังส่วนอื่นๆ ต่อไป






