วันที่ 2 พฤศจิกายน ในรายการโหนกระแส ก๊อต อธิป อนันทวรรณ สามีของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โทรศัพท์เข้ามาโฟนอินในรายการสดเพื่อชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินโครงการก่อสร้างมูลนิธิและโครงการพูลวิลล่า โดยระบุว่าตนเองเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการก่อสร้างมูลนิธิคลอง 8 จังหวัดปทุมธานี ทั้งหมด เพื่อต้องการแบ่งเบาภาระของบุ๋ม ปนัดดา ที่ต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

ก๊อต อธิป เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่มีการแจ้งยอดค่าใช้จ่ายกับ บุ๋ม ปนัดดา ตนได้ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างมูลนิธิคลอง 8 ทุกครั้ง ส่งผลให้บุ๋มเข้าใจว่าเงินโอนทั้งหมดนำไปใช้ในโครงการดังกล่าว และไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใด
ส่วนกรณีคำถามเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การแต่งบัญชี การลงลายมือชื่อ รวมถึงส่วนต่างจากผู้รับเหมาทั้งช่างเอ๋และช่างเอ็ม นั้น ทางก๊อต อธิป ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเชิงลึกผ่านสื่อ โดยระบุว่าตนเองมีความเครียดสูง และเกรงว่าข้อมูลจะส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นรวมถึงรูปคดี จึงขอเข้าชี้แจงรายละเอียดและยื่นเอกสารหลักฐานทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ก๊อต อธิป ยืนยันยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมและพร้อมรับผิดชอบตามกฎหมาย พร้อมรับปากในรายการว่าจะดำเนินทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
เหวอทั้งสตู “ทนายเพชร” พูดตรงๆ หลัง “บุ๋ม ปนัดดา” โฟนอินรายการดัง
เหวอทั้งสตู “ทนายเพชร” พูดตรงๆ หลัง “บุ๋ม ปนัดดา” โฟนอินรายการดัง เตรียมพาแจ้งความกองปราบฯ ลั่นหากผิดจริงยอมขายบ้านชดใช้
กลายเป็นประเด็นที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินและการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีชื่อของ บุ๋ม ปนัดดา เข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน รวมถึงคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ล่าสุดฝั่งบุ๋มเตรียมเดินหน้าดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยมีทนายความออกมาเปิดเผยถึงแนวทางและขั้นตอนหลังจากนี้
ล่าสุด ทนายเพชร ทนายความของบุ๋ม ปนัดดา ในคดีที่เกี่ยวกับมูลนิธิ เปิดเผยผ่านรายการโหนกกระแสว่า สาเหตุที่ยังไม่ได้เดินทางไปแจ้งความในทันที เนื่องจากในฐานะนักกฎหมาย ต้องรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานให้รอบคอบก่อน โดยจะไม่ดำเนินการตามกระแสสังคมที่ผ่านมา พยายามสอบถามความจริงจาก ก๊อต อธิป มาโดยตลอด แต่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับ จนกระทั่งได้ฟังคำรับสารภาพและความชัดเจนในรายการวันนี้ จึงเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีได้
ในส่วนของความรับผิดชอบ ทนายเพชรระบุว่า หากพบว่าบุ๋มกระทำผิดระเบียบหรือข้อบังคับของมูลนิธิ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเปิดเผย โดยได้แจ้งกับบุ๋มแล้วว่า หากต้องรับผิดชอบต่อมูลนิธิ ก็ยินดีขายบ้านและทรัพย์สินทุกอย่างที่มีเพื่อนำเงินมาชดใช้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปฏิเสธความรับผิดทางแพ่ง ส่วนความรับผิดทางอาญาให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน หากตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหรือต้องถูกนำตัวไปฝากขัง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ เพราะไม่เคยคิดหลบหนีและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

เหวอทั้งสตู “ทนายเพชร” พูดตรงๆ หลัง “บุ๋ม ปนัดดา” โฟนอินรายการดัง
นอกจากนี้ ทนายเพชรยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยมองว่าหากบุ๋มมีเจตนาฉ้อโกงหรือตั้งใจนำเงินเข้าตัวเอง ย่อมมีวิธีอื่น เช่น การถอนเงินสดหรือโอนเงินตรงไปให้ก๊อต โดยไม่จำเป็นต้องโอนผ่านช่างเอ๋แล้วให้ช่างเอ๋โอนต่อ พร้อมระบุว่า จากการสอบถามบุ๋มอย่างหนักแน่น เจ้าตัวยืนยันว่าทุกครั้งที่ช่างเอ๋โอนเงินให้ก๊อต ก๊อตไม่เคยโอนเงินกลับมาหรือนำเงินมาใช้จ่ายให้บุ๋มเลย ซึ่งประเด็นดังกล่าวต้องตรวจสอบจากเส้นทางการเงินอีกครั้ง
“จริงๆ ผมไม่อยากพูดอะไรมากมายเลยครับพี่ แต่ในเมื่อลูกความเกรงใจพี่ เขาโฟนอินไปโดยที่ไม่ฟังผม ผมก็ต้องแก้ไขปัญหาอย่างนี้ครับ (หนุ่ม กรรชัย: อย่าไปว่าเขาเลย ผมเป็นคนโทรไปเองเมื่อกี้) ก็ต้องว่าครับ เพราะเขาไม่ฟังผม แล้วถ้าเกิดว่าเขายังไม่ฟังผมอยู่อย่างนี้ ผมก็จะพิจารณาครับว่าจะทำต่อไหม (หนุ่ม กรรชัย: เขาอาจจะร้อนใจก็ได้ ทนายเพชรอย่าไปดุเขาเลย) เขาเป็นคนป่วยเขาต้องฟังหมอครับ เขาเป็นคนมีคดีเขาต้องฟังผมครับ”
สำหรับความคืบหน้าทางคดี ทนายเพชรยืนยันว่าจะพาบุ๋มเดินทางไปแจ้งความที่กองปราบปรามด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย. 69) เวลา 09.30 น. โดยเบื้องต้นเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ราย ได้แก่ ก๊อต ซึ่งเป็นผู้ที่รับสารภาพแล้ว และช่างเอ๋ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทางผ่านของเส้นทางการเงิน






