ที’ ลมฟ้าอากาศ เตือนจับตา 23-26 ต.ค.นี้ หย่อมความกดอากาศต่ำจ่อปกคลุมภาคใต้ตอนบน เสี่ยงฝนตกหนักมากหลายพื้นที่ กทม.และปริมณฑลต้องเฝ้าระวัง
ที’ ลมฟ้าอากาศ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เตือนล่าสุด ระบุว่า เอาแล้ว….วันที่ 23-26 ตุลาคม นี้ อาจจะเกิดเหตุการณ์ เดจาวูซ้ำรอย หรือไม่ หย่อมโลว์กลางอ่าวไทย จ่อเคลื่อนขึ้นสูง ปกคลุมภาคใต้ตอนบน กลายเป็นแนวร่องฝนพาดผ่าน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน
ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักมาก ถึงมากที่สุด ในช่วงดังกล่าวนี้ #กรุงเทพฯและปริมณฑล #ภาคตะวันออก ริมชายฝั่ง #ภาคตะวันตก #ภาคใต้ตอนบนและฝั่งตะวันตก ช่วงวันดังกล่าว ค่อนข้างน่าห่วงสุดๆ
ประกอบกับ ขณะที่ ลมหนาวถอยยาว ดึงร่องฝนขึ้นไปแช่ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน
#ทำให้เดือนนี้ยังไม่เข้าฤดูหนาว
ฤดูหนาวมาช้ากว่าค่าเฉลี่ย ไปอีก มาช้ากว่าปีที่ผ่านๆมา
“โปรดติดตาม วันพรุ่งนี้ ช่วง 2ทุ่ม ผมจะอัพเดทข้อมูล อย่างละเอียด ว่ามีแนวโน้มจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย หรือพื้นที่ไหน เสี่ยงน้ำท่วมหนัก ซ้ำรอย อีกครั้ง หรือไม่”
เนื่องจากช่วงนี้ลมแปรปรวน ทำให้ข้อมูลผลลัพธ์ของแบบจำลอง แปลเปลี่ยนง่าย ดังนั้นอย่าวางใจกับ สภาพอากาศ หากรู้เท่าทัน จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวล มากขึ้น
ภาพพื้นที่คาดการณ์ปริมาณฝนสะสม ช่วงวันที่ 19-27 ตุลาคม ข้อมูลใต้โพส
ภาพกราฟริก Windy วิเคราะห์ลมระดับบรรยากาศชั้นฐานเมฆ- กลาง จากการคาดการณ์ของแบบจำลอง ECMWF ล่าสุด ประจำวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 07:00น. ที่ผ่านมา

เอาแล้ว “ที’ ลมฟ้า” ประกาศเตือนล่าสุด ถ้าจริง อาจเกิดเหตุซ้ำรอย

เริ่มวันแรก! อุตุฯ เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำป่าหลาก เปิดพื้นที่สีแดงเตรียมโดนถล่มวันนี้
วันที่ 19 ต.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 19-25 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 5 (264/2569) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. 69 ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 69 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงแรกร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง หลังจากนั้นแนวร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัด ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัด นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







