ถึงว่า เจ้าหน้าที่รถฉุกเฉินไม่เอะใจ หลังจับ “แม่ภัทร” ขึ้นรถแล้วโดนขัดขืนอาละวาด – ด่าท่อไม่ยอมไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
จากกรณีรายการ “โหนกระแส” เปิดพื้นที่พูดคุยกับ “แม่ภัทร” ผู้ร้องเรียนว่า ถูกลูกชายยึดกิจการ ก่อนถูกส่งตัวไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยแม่ภัทรกล่าวอ้างว่า ระหว่างอยู่ภายในศูนย์ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงถูกให้รับประทานยานอนหลับ จนนำไปสู่การตรวจสอบศูนย์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ถึงว่า จนท.รถฉุกเฉินไม่เอะใจ หลังจับ แม่ภัทร ขึ้นรถแล้วโดนขัดขืน
ก่อนหน้านี้ แม่ภัทรเชื่อว่า ลูกชายรับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์ เนื่องจากเป็นผู้ดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายและขั้นตอนต่างๆ ในการส่งตัวแม่เข้ารับการดูแล ขณะที่ “เบนซ์” ลูกชาย พร้อมภรรยาและน้องชายของภรรยา ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวมีน้องสาวเป็นผู้ดำเนินการหลัก และตนเองไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าภายในศูนย์มีสภาพเป็นไปตามที่แม่เล่า
อย่างไรก็ตาม ระหว่างรายการเกิดช่วงเวลาสะเทือนใจ เมื่อเบนซ์คุกเข่าก้มกราบขอโทษแม่ภัทร พร้อมยืนยันว่าไม่เคยรู้จริงๆ ว่าภายในศูนย์มีสภาพเช่นนั้น โดยตอนที่แม่เคยเล่าให้ฟังก็ยังนึกภาพไม่ออก จนกระทั่งได้เห็นภาพด้วยตัวเอง ขณะที่แม่ภัทรได้กอดปลอบลูกชายและบอกว่า “ไม่เป็นไร แม่ออกมาได้แล้ว”

ถึงว่า จนท.รถฉุกเฉินไม่เอะใจ หลังจับ แม่ภัทร ขึ้นรถแล้วโดนขัดขืน
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงในรายการ คือกรณีรถพยาบาลเอกชนที่รับตัวแม่ภัทรไปส่งยังศูนย์ดูแลใน จ.กาญจนบุรี เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยแม่ภัทรกล่าวอ้างว่า ระหว่างถูกนำตัวไปยังศูนย์ ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกาย ทั้งใช้มืออุดปากและต่อยบริเวณท้อง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ชายจากรถพยาบาลเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับ-ส่งแม่ภัทรในวันดังกล่าว ออกมาชี้แจงว่า ตนเองทำงานรับส่งผู้ป่วยจิตเวชมานานกว่า 10 ปี และในกรณีของแม่ภัทร ได้รับข้อมูลจากลูกชายว่า แม่มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองและทำร้ายคนในครอบครัว จึงมีการประสานงานกับสถานที่ปลายทางที่รับดูแลไว้ก่อนแล้ว

ถึงว่า จนท.รถฉุกเฉินไม่เอะใจ หลังจับ แม่ภัทร ขึ้นรถแล้วโดนขัดขืน
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยืนยันว่า ในวันที่ไปรับตัวแม่ภัทร ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายตามที่กล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่า มีการจับมัดมือและมัดขาจริง เนื่องจากขณะนั้นแม่ภัทรมีอาการต่อสู้และพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวเพื่อความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง
ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่า มีการเปลี่ยนรถพยาบาลระหว่างทาง เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนรถแต่อย่างใด แต่เป็นการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยควบคุมตัวบริเวณด้านหลังรถ เนื่องจากระหว่างการเดินทางแม่ภัทรมีพฤติกรรมอาละวาดและด่าทอเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ จนถึง จ.กาญจนบุรี
เจ้าหน้าที่รถพยาบาลยังยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ได้ต่อยหรือทำร้ายแม่ภัทรตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่า การมัดมือและมัดขาเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ผู้ป่วยต่อสู้และพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยตนเองมีประสบการณ์รับส่งผู้ป่วยจิตเวชมานานกว่า 10 ปี







