Home ข่าวด่วน ลูก ต๋อง วงทู อ่านประวัติสุดซึ้ง เล่าชีวิตพ่อหลังเลิกแม่ ปุ๊กกี้ ปริศนา เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวก่อนมีแม่ เต๋า

ลูก ต๋อง วงทู อ่านประวัติสุดซึ้ง เล่าชีวิตพ่อหลังเลิกแม่ ปุ๊กกี้ ปริศนา เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวก่อนมีแม่ เต๋า

1
0

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย สำหรับพิธีฌาปนกิจ “ต๋อง สุรพันธ์ จำลองกุล” หรือ “ต๋อง วงทู” ศิลปินและนักดนตรีชื่อดัง วัย 58 ปี ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบจากโรคมะเร็งโพรงจมูกระยะที่ 4 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569

โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร “เพบเบิ้ล” ลูกสาวคนโต และ “แบม” ลูกชายคนกลาง ซึ่งเป็นลูกของอดีตภรรยา “ปุ๊กกี้ ปริศนา” ได้เป็นตัวแทนลูกทั้ง 3 คน อ่านประวัติและกล่าวรำลึกถึงคุณพ่อ ท่ามกลางครอบครัว ญาติพี่น้อง และบุคคลที่รักมาร่วมส่ง “ต๋อง วงทู” เป็นครั้งสุดท้าย

ช่วงหนึ่งของคำกล่าวรำลึก เพบเบิ้ลได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของคุณพ่อ ตั้งแต่เส้นทางในวงการดนตรี การทำหน้าที่พ่อเลี้ยงเดี่ยวหลังแยกทางกับคุณแม่ปุ๊กกี้ ตลอดจนการมีคุณแม่เต๋าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และอยู่เคียงข้างกันจนถึงวาระสุดท้าย โดยมีเนื้อหาว่า

“กราบเรียนท่านประธานในพิธี แขกผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนกัลยาณมิตร และผู้ที่เคารพรักคุณพ่อทุกท่าน วันนี้ในนามของลูกทั้ง 3 คนและครอบครัว ขอน้อมรำลึกถึงประวัติชีวิตและคุณงามความดีของคุณพ่อ สุรพันธ์ จำลองกุล หรือพ่อต๋อง ผู้เป็นที่รักและเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของพวกเรา

คุณพ่อเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พุทธศักราช 2511 เป็นบุตรลำดับที่ 2 ของคุณปู่ประสงค์และคุณย่าไพเราะ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 1 ท่าน คือ นายสุรพงษ์ จำลองกุล หรือที่พวกเราเรียกด้วยความรักว่า ลุงใหญ่ หรือลุงตุ๋ง

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณพ่อเป็นผู้ที่มีความผูกพันกับเสียงดนตรีและงานสร้างสรรค์มาโดยตลอด เป็นทั้งนักดนตรี ศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลังในวงการเพลง คุณพ่อได้สร้างสรรค์และผลิตผลงานทางด้านดนตรีให้แก่ศิลปินหลายท่าน ซึ่งมิอาจกล่าวถึงได้ทั้งหมด

พวกเราจึงเติบโตมากับเสียงดนตรี เติบโตมากับห้องอัดเสียง และมีเสียงเพลงเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำวัยเด็ก

แต่ในฐานะลูก ภาพที่พวกเราจดจำเกี่ยวกับคุณพ่อไม่ได้มีเพียงความสามารถและอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีเท่านั้น หากแต่เป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มกำลังตลอดชีวิต

ตั้งแต่วันที่คุณแม่ ปุ๊กกี้ พริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี แยกทางกับคุณพ่อ คุณพ่อต้องดำเนินชีวิตต่อไปในฐานะพ่อเลี้ยงเดี่ยว ในวัยเด็กพวกเราอาจยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวนั้นมีความหมายและภาระหนักหนาเพียงใด แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพวกเราเติบโตขึ้น จึงได้มองย้อนกลับไปและเข้าใจว่า เส้นทางตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายสำหรับผู้ชายคนหนึ่งเลย

คุณพ่อทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจในการเลี้ยงดูพวกเรา ทำงานอย่างหนัก ข้ามวันข้ามคืน และแทบไม่เคยมีวันหยุด งานดนตรีที่คุณพ่อรักจึงไม่ได้เป็นเพียงงานที่ใช้สร้างสรรค์ผลงาน แต่ยังเป็นหนทางในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว เพื่อให้ลูกทั้งสามได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะสามารถมอบให้ได้

เมื่อพวกเราเติบโตขึ้นและมองย้อนกลับไป จึงได้เข้าใจว่าชีวิตส่วนใหญ่ของคุณพ่อถูกใช้ไปเพื่อดูแลชีวิตของพวกเรา สิ่งที่ในวัยเด็กเคยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา วันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เข้าใจแล้วว่า นั่นคือความรักและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่จนไม่สามารถหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้

ต่อมาเมื่อมีคุณแม่ เต๋า ณัฐชานันท์ อังศุเศรณี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว คุณแม่ได้เข้ามาช่วยดูแลและร่วมสร้างความอบอุ่น ก่อนที่ครอบครัวจะมี ‘น้องบอส’ ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นสมาชิกอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและพวกเราเสมอมา

ครอบครัวของพวกเราอาจมีเวลาที่ต้องอยู่ห่างไกลกันด้วยภาระหน้าที่และการงาน แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พวกเรายังคงห่วงใยและช่วยเหลือกันเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน ทุกคนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด เพื่อช่วยกันประคับประคองครอบครัวให้ผ่านช่วงเวลานั้นไป

เมื่อถึงวันที่คุณพ่อเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่ 4 พี่ชายที่แสนดีของคุณพ่อ หรือลุงตุ๋ง พร้อมด้วยหลานชาย พี่ตุ๋ย และครอบครัวจำลองกุล ได้เข้ามาช่วยเหลือและดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูก ๆ สามารถทำหน้าที่ของตนเอง ทำงานหารายได้ และสนับสนุนช่วยเหลือคุณพ่อได้อย่างเต็มที่

ทุกคนต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณพ่อได้พักผ่อนและรักษาตัวอย่างดีที่สุด และเพื่อให้คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงสิ่งใดอีก แต่โรคร้ายได้กัดกินสุขภาพของคุณพ่ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวันที่คุณพ่อต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล

ในช่วงเวลานั้น สิ่งที่พวกเราทำได้คือการอยู่เคียงข้างคุณพ่อ และทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้คุณพ่อรู้ว่า พ่อยังมีครอบครัวอยู่ตรงนี้ และพ่อไม่ได้ต้องต่อสู้เพียงลำพัง

ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต เพบเบิ้ลได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอ แจ้งว่าอาการของคุณพ่อทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 28 กันยายน พุทธศักราช 2569 ขณะที่ลูกอยู่เคียงข้างคุณพ่อ ทั้งกอด จับมือ และบอกรักอยู่ข้าง ๆ เมื่อเวลา 10.20 น. คุณพ่อได้จากไปอย่างสงบภายในอ้อมกอดของลูก

สำหรับพวกเรา นี่เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต แต่ในความโศกเศร้านั้น พวกเราก็รู้สึกขอบคุณอย่างที่สุดที่ในวาระสุดท้ายของชีวิต คุณพ่อไม่ได้จากไปอย่างเดียวดาย คุณพ่อมีลูกอยู่เคียงข้าง มีมือของลูกจับมืออยู่ มีอ้อมกอดของลูกโอบกอด และมีคำบอกรักเป็นสิ่งสุดท้าย

จากวันที่พ่อเคยจับมือเราให้ก้าวเดิน มาถึงวันนี้ที่พวกเรามาส่งคุณพ่อ วันนี้พวกเราอยากให้คุณพ่อพักผ่อนอย่างสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราอีกแล้ว พวกเราจะไม่เป็นไร พวกเราจะเข้มแข็ง และจะดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด

ขอให้คุณพ่อเดินทางไปสู่สัมปรายภพด้วยความสงบ ปราศจากความเจ็บปวดและความทุกข์ทั้งปวง หากความรักของลูกสามารถเดินทางไปถึงพ่อได้ พวกเราอยากให้พ่อได้รับรู้ว่า สำหรับพวกเรา พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดในโลก

และต่อจากวันนี้ แม้พวกเราจะไม่สามารถมองเห็นพ่อ ไม่สามารถกอดพ่อ หรือได้ยินเสียงพ่ออีกแล้ว แต่คุณพ่อจะยังอยู่ในความทรงจำของพวกเรา อยู่ในทุกเรื่องราวของครอบครัว อยู่ในเสียงเพลงที่พ่อรัก และที่สำคัญที่สุด จะอยู่ในหัวใจของลูกทั้ง 3 คนตลอดไป

กราบลาคุณพ่อด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง จากลูกทั้ง 3 คน และครอบครัวจำลองกุล ขอบคุณค่ะ”

คำกล่าวรำลึกดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ร่วมพิธีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องราวความเสียสละของคุณพ่อที่ทุ่มเททำงานเพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ มาตลอดชีวิต รวมถึงภาพความทรงจำในวาระสุดท้ายที่ลูกได้อยู่เคียงข้าง จับมือและบอกรักพ่อจนลมหายใจสุดท้าย นับเป็นการส่งคุณพ่อด้วยความรักอย่างสมบูรณ์ที่สุด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here