วันที่ 4 พ.ย. 2569 มีรายงานว่า ตำรวจ ปอศ. และคณะทำงาน ได้อายัดทรัพย์สินส่วนตัวของ “บุ๋ม ปนัดดา” และคนใกล้ชิดทั้งสามี ลูก และพ่อแม่บุ๋ม โดยอายัดบ้าน 3-4 หลัง, ที่ดินหลายแปลง, รถยนต์ 20 คัน, ปืน 6 กระบอก, กระเป๋าแบรนด์เนมหรูจำนวนมาก และเงินในทุกบัญชี กว่า 100 ล้าน ซึ่งมีบัญมูลนิธิ และคนใกล้ชิดทั้งหมด ไว้ตรวจสอบ

ทรัพย์สินดังกล่าว ตำรวจสืบทราบมาว่า บุ๋มได้มาตั้งแต่หลังปี 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องทำการอายัดไว้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการถูกโยกย้าย ส่วนการออกหมายเรียก หรือหมายจับ ตอนนี้กำลังพิจารณา แต่ความชัดเจนไม่เกินวันศุกร์ที่ 6 พ.ย.นี้

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
ชัดเจน! โฆษกกองทัพเรือ แจงด่วน หลังนายทหารระดับสูงถูกโยงคดี บุ๋ม ปนัดดา

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ร.ต.ชานินทร์ ศรียาภัย โฆษกกองทัพเรือ ออกมาชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่เชื่อมโยงนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือกับเส้นทางการเงินของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี โดยยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันของเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
สำหรับการแถลงข่าวในวันดังกล่าว เป็นการชี้แจงกรณีจับกุมกระสุนปืนและอาวุธสงครามในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดตราด โดยมีเจ้าหน้าที่กองทัพเรือร่วมแถลงข่าวกับผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มแถลงข่าว มีผู้สื่อข่าวสอบถามผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับคดีของ บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งได้ตอบคำถามในประเด็นดังกล่าวไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เกรงใจ กองทัพเรือ
พล.ร.ต.ชานินทร์ ระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่ไม่ได้มีการอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม จึงอาจทำให้เกิดการตีความผิดไปจากบริบทที่แท้จริง โดยคำว่า เกรงใจ ในที่นี้ หมายถึงการเกรงใจเจ้าหน้าที่กองทัพเรือที่ต้องมายืนรอเพื่อร่วมแถลงข่าว ไม่ได้มีความหมายว่ากองทัพเรือมีความเกี่ยวข้องหรือมีความเกรงใจต่อคดีของ บุ๋ม ปนัดดา แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่า กรณีดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ จึงขอยืนยันว่ากระแสข่าวที่นำไปเชื่อมโยงนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือกับเส้นทางการเงินในคดีดังกล่าว เป็นผลจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบริบทของบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา






