ตำลึงเป็นพืชผักพื้นบ้านที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงจืด ต้มจิ้มน้ำพริก ต้มเลือดหมู หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยว ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคุณประโยชน์ แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนคือ ตำลึงนั้นมีการแบ่งเป็น ‘ตำลึงเพศเมีย’ และ ‘ตำลึงเพศผู้’ ซึ่งทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ความแตกต่างที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือลักษณะของใบ โดยตำลึงเพศเมียจะมีลักษณะใบที่ค่อนข้างมน ขอบใบหยักน้อย ในขณะที่ตำลึงเพศผู้จะมีใบหยักเว้ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การแยกแยะลักษณะใบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมันบ่งบอกถึงเพศของต้นตำลึง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรสชาติและคุณสมบัติทางโภชนาการเมื่อนำมาบริโภค
สำหรับ ตำลึงเพศเมีย นั้นเป็นชนิดที่นิยมนำมารับประทาน ด้วยรสชาติที่อร่อย ไม่ขม และทานง่าย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางโภชนาการสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลากหลายชนิด เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
ในทางกลับกัน ตำลึงเพศผู้ ไม่เป็นที่นิยมในการนำมารับประทาน เนื่องจากใบมีรสขม และอาจส่งผลให้ท้องเสียได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีธาตุไม่แข็งแรงหรือมีระบบขับถ่ายที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น
เหตุผลที่เรา ไม่ควร บริโภคตำลึงเพศผู้เป็นเพราะฤทธิ์ระบายของตำลึงเพศผู้นั้นค่อนข้างรุนแรงและคาดเดายาก อาจทำให้เกิดอาการถ่ายท้องไม่หยุดได้ สำหรับผู้ที่มีธาตุเบา การบริโภคเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ลำไส้บีบตัวอย่างรุนแรงและนำไปสู่การขาดน้ำได้ เนื่องจากการท้องเสียจากฤทธิ์ยาในพืชอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ นอกจากนี้ ใบตำลึงเพศผู้ยังมีความหยาบและกระด้างกว่าตำลึงเพศเมีย ทำให้เสียรสสัมผัสและไม่น่ารับประทาน
เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ สรุปได้ว่า
ใบมน คือ ตำลึงเพศเมีย ซึ่งกินอร่อยและสบายท้อง
ใบหยักแฉก คือ ตำลึงเพศผู้ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายชั้นยอด และไม่ควรนำมาใส่ในแกงหรืออาหาร
ดังนั้น ครั้งหน้าที่จะไปเด็ดตำลึงริมรั้วมาประกอบอาหาร อย่าลืมก้มลงสำรวจลักษณะของใบกันสักนิด เพื่อให้มั่นใจว่าได้ตำลึงเพศเมียที่ให้รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ ไม่ต้องกังวลกับอาการท้องเสียหลังมื้ออาหาร และสามารถอิ่มอร่อยได้อย่างสบายใจ