เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พันตำรวจเอก ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าพบกลุ่มชายหลายคนแต่งกายคล้ายพระสงฆ์อาศัยรวมตัวกันอยู่บริเวณริมคันนา ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที
ต่อมา พันตำรวจโท สมพร คำเกตุ สารวัตรสืบสวน และ พันตำรวจตรี ประสิทธิชัย ชอบธรรม สารวัตรสืบสวน สภ.พระอินทร์ราชา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมของกลุ่มชายดังกล่าว พบว่าในแต่ละวันกลุ่มชายเหล่านี้จะออกจากที่พักในช่วงเช้า เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในลักษณะของการเรี่ยไรและบิณฑบาต ก่อนจะเดินทางกลับเข้าที่พักในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด กระทั่งทั้งหมดเดินทางกลับเข้าที่พัก จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว พบมีการปลูกกระต๊อบไม้หลายหลัง และบางจุดมีการใช้จีวรกางเป็นเต็นท์สำหรับพักอาศัย ลักษณะเป็นแคมป์ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา มีต้นไม้ปกคลุม ทำให้ยากต่อการสังเกตจากภายนอก เส้นทางเข้าออกต้องเดินลัดเลาะตามป่าและคันนา บางช่วงต้องเดินลุยน้ำเข้าไป
ภายในแคมป์ เจ้าหน้าที่พบชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์จำนวน 4 คน ทราบชื่อคือ นายหนูเทียน อายุ 63 ปี, นายสมพร อายุ 64 ปี, นายประดิษฐ์ อายุ 49 ปี ซึ่งทั้งสามรายเป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ และ นายไพรบูลย์ อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องนุ่งห่มพระสงฆ์ ได้แก่ จีวร อังสะ สบง และรัดประคต จำนวน 4 ชุด, บาตรพระ ย่ามพระ จำนวน 4 ชุด และหนังสือสุทธิพระ จำนวน 3 เล่ม ซึ่งเป็นเอกสารเก่าที่เคยใช้เมื่อครั้งบุคคลเหล่านี้เคยบวชเป็นพระภิกษุ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวชายทั้ง 4 คน มาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา พร้อมแจ้งข้อหา “แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นภิกษุ” ก่อนจะควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป