วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศและแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและเกิดลมกระโชกแรงเป็นระยะ พร้อมฝนตกหนักบางพื้นที่ ก่อนที่อากาศจะเริ่มคลายความร้อนลงในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันยังมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน
สำหรับภาคใต้ ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักบางแห่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง อีกทั้งควรระวังฝนตกหนักและฝนสะสมที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมแนะนำให้เกษตรกรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผลและป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง และจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น.

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย วันที่ 6 พฤษภาคม 2569
ภาคเหนือ
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะอุทัยธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.