กรณีเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.พันศิริ ลัคชอน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเสาธง ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในรถยนต์เก๋งคันหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ในซอยบางแวก 15 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7, ชุดสืบสวน สน.บางเสาธง, ชุดสืบสวนนครบาล 7, แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งสีบรอนด์เทาคันดังกล่าวจอดอยู่ภายในซอย ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตชายอายุ 45 ปี และหญิงสาวอายุ 27 ปี โดยทั้งสองรายอยู่ในลักษณะที่คล้ายกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานบางอย่างที่พบภายในรถไปตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังพบบิลเติมแก๊สเมื่อเวลา 00.18 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีการติดตั้งระบบแก๊ส และจอดติดเครื่องยนต์ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. จนถึงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชได้ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ว่าเกิดจากก๊าซภายในรถ หรือประเด็นอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ได้ยินเสียงรถคันดังกล่าวมาจอดอยู่บริเวณตรงข้ามหน้าบ้าน แต่ไม่ได้ใส่ใจ กระทั่งช่วงเช้าจึงทราบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ ขณะที่ผู้พักอาศัยอีกรายเล่าว่า เวลาประมาณ 03.00 น. ได้ออกมาเอารถยนต์และพบว่ารถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องยนต์ขวางทางออกบริเวณลานจอดรถ จึงพยายามเคาะประตูแต่ไม่มีผู้ใดออกมา จึงขับรถเบี่ยงออกมาได้ และเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ยังพบรถคันเดิมจอดอยู่แต่เครื่องยนต์ดับลงแล้ว
ด้านนายคมสัณ์ชัย จีนสมุทร อาสาร่วมกตัญญู ผู้ที่เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อมาถึงพบรถล็อกจากด้านใน จึงใช้เหล็กงัดประตูออกมา พบผู้เสียชีวิตทั้งสองรายในสภาพปรับเบาะนั่งคล้ายกัน โดยกุญแจรถยังคงอยู่ในสภาพติดเครื่องยนต์และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้

ขณะที่น้องชายของผู้เสียชีวิตหญิงสาว เปิดเผยว่า ตนกับพี่สาวเพิ่งไปรับประทานสุกี้ด้วยกันเมื่อวาน ซึ่งตรงกับวันเกิดของพี่สาว โดยพี่สาวได้ออกจากบ้านไปเมื่อช่วงเที่ยงคืน พร้อมบอกเพียงว่าจะมีคนมารับ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้ กระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้ได้ออกจากบ้านและทราบข่าวจากชาวบ้านว่ามีผู้เสียชีวิตในซอย โดยไม่คาดคิดว่าจะเป็นพี่สาวของตนเอง
น้องชายยังระบุเพิ่มเติมถึงเบื้องหลังชีวิตของพี่สาวอีกว่า พี่สาวกำลังศึกษา กศน. และเดินทางมาจากจังหวัดหนองคาย มาทำงานเป็นพนักงานขายชุดว่ายน้ำในกรุงเทพฯ และที่ผ่านมาพี่สาวมีคนคุยอยู่หลายคน แต่ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายปมปริศนาการเสียชีวิตในครั้งนี้ และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

