ชรบ.ฉะเชิงเทรายิงป้องกันตัวดับ 3 แรงงานเมียนมา หลังเข้าเตือนตั้งวงเหล้าเสียงดัง แต่กลับถูกรุมขวดตีหัว-ใช้มีดแทงเพื่อนสาหัส ก่อนวิ่งกรูเข้าหาจนต้องลั่นไกสวน
ฉะเชิงเทรา (28 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 27 มิถุนายน พ.ต.ท.มานิตย์ บุญแต่ง สารวัตรสอบสวน สภ.พนมสารคาม ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีการใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณพื้นที่โล่งแจ้ง บ้านหนองน้ำดำ หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสาน พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา, พ.ต.о.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการฯ, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดฉะเชิงเทรา, แพทย์เวรโรงพยาบาลพนมสารคาม และหน่วยกู้ภัยพนม รุดไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ในที่เกิดเหตุเป็นลานโล่งแจ้ง เจ้าหน้าที่พบภาพสลดมีผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดกระจัดกระจายอยู่ไม่ห่างกันมากนัก รวมทั้งสิ้น 3 ราย ตรวจสอบสภาพศพพบร่องรอยถูกยิงเข้าตามร่างกายคนละ 3-4 นัด ทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา (ยังไม่สามารถระบุรายชื่อได้) นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายพิชัย เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สภาพถูกตีด้วยขวดแก้วเข้าที่ศีรษะและถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย พลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลพนมสารคามไปก่อนหน้านี้ ทั่วบริเวณจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนพื้นกว่า 16 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมอาวุธปืนและอาวุธมีดของกลางไว้เป็นหลักฐาน


จากการสอบสวน นายธีรภัทร อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่ ชรบ. ผู้ก่อเหตุและยืนรอมอบตัวกับตำรวจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มแรงงานต่างด้าวประมาณ 20 คน ได้รวมตัวตั้งวงสังสรรค์ดื่มสุรากันเป็นกลุ่มใหญ่ 3 กลุ่มอยู่ไม่ห่างจากชุมชน โดยมีการเปิดเครื่องเสียงส่งเสียงดังน่ารำคาญ และเปิดไฟหน้ารถสูงทิ้งไว้ ตนและนายพิชัย (ผู้บาดเจ็บ) จึงได้เดินเข้าไปตักเตือนด้วยความหวังดี ขอความร่วมมือให้ลดเสียงและสอบถามเรื่องเปิดไฟสูง จากนั้นกลุ่มแรงงานต่างด้าวได้ยอมปิดไฟลง แต่กลับเกิดปากเสียงรุนแรงและตรงเข้ามารุมชกต่อยนายพิชัย พร้อมใช้ขวดแก้วฟาดเข้าที่ศีรษะจนเลือดอาบ
นายธีรภัทร ให้การต่อว่า ทันทีที่เห็นท่าไม่ดี ตนจึงชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่ระงับเหตุ แต่กลุ่มแรงงานต่างด้าวกลับไม่ยอมหยุด พยายามวิ่งไล่แทงนายพิชัยจนล้มคว่ำลงกับพื้นก่อนจะจ้วงแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย จากนั้นกลุ่มแรงงานต่างด้าวเกือบ 10 คนที่ถืออาวุธมีดอยู่ในมือ ได้หันมาวิ่งกรูดิ่งตรงเข้ามาหาตนในระยะประชั้นชิด ด้วยความตกใจและนาทีชีวิตเพื่อป้องกันตนเองและเพื่อน ตนจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนประจำกายรัวยิงสวนกลับไปเพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย จนเป็นเหตุให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวเสียชีวิตคาที่ 3 รายดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บวัตถุพยาน คราบเขม่าดินปืน และวิถีกระสุนในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีอย่างตรงไปตรงมา ขณะที่พนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อม และรอให้อาการของ ชรบ. ที่บาดเจ็บสาหัสทุเลาลงเพื่อเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป



