วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์เดินหน้าตรวจสอบกรณีคลิปอนาจารและภาพการมีเพศสัมพันธ์ถูกเผยแพร่บน Facebook เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ พร้อมเตือนประชาชนหากพบเห็นให้กด Report เท่านั้น ห้ามกดไลก์หรือแชร์ เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับผู้เผยแพร่
จากการตรวจสอบของทีมข่าวอาชญากรรม ช่อง 3 ในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าเพจที่ถูกกล่าวถึงว่าเผยแพร่คลิปอนาจารดังกล่าวได้ถูกลบออกจากระบบแล้ว เหลือเพียงการพูดถึงและแชร์ประเด็นในโลกออนไลน์
ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ตำรวจไซเบอร์รับทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อคืน หลังสายตรวจโซเชียลตรวจพบคลิปดังกล่าว ก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และมีคำสั่งให้กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ตอท. เร่งตรวจสอบ URL ต้นทาง รวมถึงตรวจสอบตัวเจ้าของเพจและบุคคลที่ปรากฏในคลิปว่าเป็นใคร
ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล หากพบว่าเจ้าของเพจหรือบุคคลในคลิปเป็นคนไทย หรืออยู่ภายในราชอาณาจักรไทย จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหานำเข้าข้อมูลลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดถึงที่สุด
นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังเตรียมประสานงานกับ Facebook ประเทศไทย เพื่อตรวจสอบมาตรการควบคุมเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ว่าเหตุใดคลิปลักษณะดังกล่าวจึงสามารถเผยแพร่และเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากได้ โดยไม่มีการปิดกั้นหรือลบออกในทันที ทั้งที่มาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์มมีข้อกำหนดชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามเผยแพร่เนื้อหาล่วงละเมิดทางเพศ
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยังระบุว่า คอนเทนต์ลักษณะนี้ถือเป็นคอนเทนต์ขยะ และอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า หากพบเห็นคลิปอนาจารในโซเชียลมีเดีย ให้กดรายงานหรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ทันที
พร้อมย้ำว่า การสร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาล่อแหลมลงบนโลกออนไลน์ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งในส่วนของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามมาตรา 14 (1) และการนำเข้าข้อมูลลามกอนาจารตามมาตรา 14 (4) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกัน ผู้ที่กดไลก์ กดแชร์ หรือส่งต่อคลิปดังกล่าว ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลลามกอนาจาร ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 (5) เช่นเดียวกัน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานชุมชนของ Facebook หรือ Facebook Community Standards ซึ่งเป็นแนวทางที่ Meta ใช้กำกับดูแลเนื้อหาและพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม หากฝ่าฝืนอาจถูกลดการมองเห็น ซ่อนโพสต์ หรือปิดบัญชีผู้ใช้ โดยมีเนื้อหาหลักที่ถูกควบคุม 6 หมวด ได้แก่ เนื้อหาเกี่ยวกับความปลอดภัย พฤติกรรมแสดงความเกลียดชัง สินค้าและบริการผิดกฎหมาย ความถูกต้องและความโปร่งใส ภาพโป๊เปลือย และทรัพย์สินทางปัญญา

