แม้หลายคนจะมองว่าการจูบเป็นแค่การแสดงความรักหรือความใกล้ชิด แต่ผู้ เชี่ยวชาญเผยว่า ในช่วงเวลาที่คนสองคนจูบกัน ร่างกายกลับเกิดการ เปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งในสมอง หัวใจ และระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะ “การจูบลึก” ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดมากขึ้น ร่างกายจะตอบสนองเร็ว กว่าที่หลายคนคิด

สมองจะหลั่ง “ฮอร์โมนแห่งความสุข”
ขณะจูบ สมองจะเริ่มหลั่งสารหลายชนิด เช่น โดพามีน ออกซิโทซิน และเซโร โทนิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุข ความผูกพัน และความรู้สึกสบายใจ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงรู้สึกใจเต้นแรง มีความสุข หรือรู้สึกผูกพัน กับอีกฝ่ายมากขึ้นหลังจูบ
หัวใจเต้นเร็วขึ้น
แพทย์เผยว่า ระหว่างจูบ อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้นชั่วคราว เพราะ วัดตราการ ร่างกายเข้าสู่ภาวะตื่นตัว เลือดสูบฉีดเร็วขึ้น และอะดรีนาลีนเริ่มทำงาน บางคนจึงรู้สึกร้อนวูบวาบ หน้าแดง หรือหายใจเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มีการใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน
แม้จะดูเหมือนเป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วการจูบใช้กล้ามเนื้อบริเวณ ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และกรามหลายส่วนพร้อมกัน
ผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงกับบอกว่า การจูบอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้าม เนื้อใบหน้าได้ระดับหนึ่ง
อาจช่วยลดความเครียด
หลายงานวิจัยพบว่า การสัมผัสทางกายที่อบอุ่น รวมถึงการจูบ อาจช่วยลด ระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย ทำให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่ก็อาจแลกเปลี่ยนเชื้อโรคได้เช่นกัน
แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่แพทย์เดือนว่า การจูบก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่เชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้

โดยเฉพาะหากอีกฝ่ายมีไข้ เป็นหวัด หรือมีแผลในปาก ก็อาจเพิ่มความเสี่ยง
ติดเชื้อได้
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า สุขอนามัยในช่องปากและสุขภาพโดยรวมก็สำคัญไม่ แพ้กัน
หลายคนอาจไม่เคยคิดว่า “การจูบ” จะส่งผลต่อร่างกายได้มากขนาดนี้ เพราะ
ภายในไม่กี่วินาที สมอง หัวใจ ฮอร์โมน และระบบประสาทต่างทำงานพร้อม
กันแบบน่าทึ่งกว่าที่คิด

