การอาบน้ำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เราทำความสะอาดร่างกายและปกป้องสุขภาพได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น อย่างไรก็ดี หลังจากเรียนหรือทำงานมาทั้งวัน เมื่อกลับถึงบ้านหลายคนมักจะอาบน้ำเร็วๆ เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น นิสัยหนึ่งที่พบบ่อยคือการสระผมก่อน หรือฉีดฝักบัวลงบนศีรษะก่อนเริ่มทำความสะอาดร่างกาย อย่างไรก็ตาม หัวหน้าฝ่ายศัลยกรรมประสาทของโรงพยาบาลสวิ่ยจิน ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แนะนำว่า เพื่อป้องกัน “ปัญหาที่เกี่ยวกับสมอง” ไม่ควรสระผมก่อนแล้วจึงอาบน้ำ ลำดับการอาบน้ำที่ไม่ถูกต้องนั้น ไม่เพียงส่งผลต่อการทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย สำหรับขั้นตอนการอาบน้ำที่ถูกต้องตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ ล้างหน้า อาบน้ำทั้งตัว และสระผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนแรก: ล้างหน้าก่อน เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ห้องน้ำ การสัมผัสกับอุณหภูมิและความชื้นสูงจะทำให้รูขุมขนบนใบหน้าและร่างกายขยายตัว ดังนั้น หากไม่ล้างหน้าก่อน ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่สะสมบนใบหน้าตลอดทั้งวันจะซึมลึกเข้าไปในรูขุมขน และทำให้เกิดปัญหาผิว เช่น สิวอุดตัน ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการล้างหน้าเมื่อกลับถึงบ้าน ตามรายงานจาก Health Sina ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ล้างหน้าวันละ 3 ครั้ง คือ หลังตื่นนอน หลังพักกลางวัน และก่อนอาบน้ำในตอนเย็น โดยไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นร้อนขณะอาบน้ำ ควรใช้น้ำอุ่นแค่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายผิวที่อาจทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ขั้นตอนที่ 2: อาบน้ำทั้งตัว หลังจากที่ล้างหน้าเสร็จแล้ว มาถึงขั้นตอนการทำความสะอาดร่างกาย เราสามารถปรับอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ขยายรูขุมขน ขับเหงื่อและสิ่งสกปรกออกจากร่างกายให้หมดสิ้น โดยทุกๆ 1 …
Read More »สุขภาพ
ระวังให้ดี! สื่อไต้หวันเตือน 7 เมนูอาหารสะเทือนไต รสไม่เค็มแต่โซเดียมสูง แถมมีแต่ของที่คนไทยชอบกินทั้งนั้น
ทุกคนรู้ดีว่าการบริโภคเกลือมากเกินไปในระยะยาวอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะไตวายเรื้อรัง แต่สิ่งที่หลายคนไม่อาจยังไม่ทราบก็คือ การที่โซเดียมในเลือดสูง มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับโรคต่าง ๆ เช่น โรคเกาต์ นิ่วในไต โรคกระดูกพรุน มะเร็งกระเพาะอาหาร เบาหวาน และโรคสมองเสื่อม โดยความเข้มข้นของโซเดียมในเลือดของมนุษย์ปกติอยู่ระหว่าง 135 – 145mEq/L เมื่อความเข้มข้นเกิน 145mEq/L จะเรียกว่าภาวะโซเดียมในเลือดสูง และอัตราการเสียชีวิตจะสูงถึง 60 – 70% นอกจากนี้ ภาวะโซเดียมในเลือดสูงสามารถนำไปสู่การหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ลดการเต้นของหัวใจ กระสับกระส่าย กล้ามเนื้อสั่น และอาจถึงขั้นโคม่าและเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม จากคำแนะนำของบริการสุขภาพแห่งชาติ ปริมาณโซเดียมของผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 2,400 มก. ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับเกลือ 6 กรัมโดยประมาณ ทั้งนี้ สถิติจากสำนักงานสุขภาพแห่งชาติแสดงให้เห็นว่าปริมาณโซเดียมโดยเฉลี่ยต่อวันของผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ในไต้หวันอยู่ที่ 4,580 มก. ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แนะนำ 1.9 เท่า สำหรับผู้หญิงมากกว่า 1.5 เท่า อย่างไรก็ดี สื่อไต้หวันเผยอาหาร 7 ชนิด ที่คาดไม่ถึงว่าจะมีระเบิดโซเดียม ประกอบไปด้วย 1. ขนมปังปิ้ง มีโซเดียม …
Read More »หมอเตือนด่วน! ใครชอบเปิดพัดลมนอนต้องระวัง สบายตอนหลับ ลำบากตอนตื่น ทำร้ายสุขภาพไม่รู้ตัว
เรียกได้ว่า ความต้องการใช้พัดลมของผู้คนเพิ่มมากขึ้นตลอด เนื่องจากบางบ้านไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรืออาจจะไม่ชอบเครื่องปรับอากาศ เพราะประเทศไทยของเรานั้น ร้อนได้ทุกฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม ดร.นาเฮด อาลี (Naheed Ali) แพทย์จากสหรัฐฯ เตือนว่า การใช้พัดลมไม่ถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ จากบทสัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ Daily Mail ดร.อาลี ระบุว่า การเปิดพัดลมในห้องนอนตลอดคืนสามารถ สร้างความเครียดแฝงต่อร่างกาย ได้ คนจำนวนมากมีพฤติกรรมเปิดพัดลมเป่าตัวตรง ๆ ตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายประการ เช่น 1. อาจทำให้เจ็บแน่นหน้าอกในผู้ป่วยโรคหืด ดร.อาลีอธิบายว่า การเปิดพัดลมเป่าตรง ๆ ตลอดทั้งคืนอาจส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคหืดหรือมีภูมิแพ้ได้ เพราะลมจากพัดลมสามารถพัดพาสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง รังแคจากสัตว์เลี้ยง ละอองเกสร หรือเส้นใยผ้า เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจเข้าไปลึกถึงปอดและทำให้รู้สึกแน่นหน้าอกเมื่อตื่นนอน 2. ทำให้จมูกและลำคอแห้ง มีการศึกษาระบุว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับควรอยู่ที่ 16 – 18 °C ทำให้หลายคนเลือกใช้พัดลมช่วยให้หลับสบายในวันที่อากาศร้อน แต่การเปิดพัดลมเป่าตัวตรง ๆ ตลอดคืนสามารถทำให้จมูกและลำคอแห้ง โดยเฉพาะเมื่อตื่นนอน ดร.อาลี เผยอีกว่า ภาวะจมูกและลำคอแห้ง ไม่เพียงทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ แต่ยังเพิ่มการหลั่งเมือกในโพรงจมูกและไซนัส …
Read More »ระวังด่วน! แพทย์ เตือน 4 ปลาอันตราย กินแล้วเสี่ยงมะเร็ง และติดเชื้อ
สำหรับเรื่องนี้มีที่มาจากงานวิจัยจากวารสาร Science และ Nutrients โดยยืนยันตรงกันว่า กรดไขมันโอเมก้า-3 และ DHA ในปลามีส่วนช่วยบำรุงสมอง ลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ได้ถึง 49% และลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเรื่อง ปลาก่อมะเร็ง ก็สร้างความกังวลไม่น้อย ก่อนจะไปถึงเรื่องมะเร็ง ประเด็นเรื่อง สารปรอท คือสิ่งที่ต้องระวัง องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่าปลาบางชนิดมีสารปรอทสะสมสูง ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบประสาท โดยมีกฎเหล็กจำง่ายๆ คือ – ปลาตัวใหญ่ + อายุยืน + กินเนื้อ : มีโอกาสสะสมสารปรอทสูงกว่าปลาตัวเล็กที่กินพืช – กลุ่มเสี่ยง : ปลาอินทรีขนาดใหญ่, ปลาดาบเงิน, ฉลาม และปลาไทล์ฟิช (Tilefish) ทางเลือกที่ปลอดภัยคือ เลือกปลาที่กินพืชหรือสัตว์ตัวเล็ก เช่น ปลาทู, ปลานิล, ปลาแซลมอน ส่วน 4 ประเภทปลาต่อไปนี้ ควรเลี่ยง เพราะเสี่ยงมะเร็ง และการติดเชื้อ จากรายงานทางการแพทย์ ประกอบไปด้วย 1. ปลาเค็ม (สไตล์จีน) สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ …
Read More »หลายคนเข้าใจผิด! ผักผลไม้ 3 ชนิด ที่กินทั้งเปลือก เท่ากับ ดื่มยาพิษ
ในชีวิตประจำวัน หลายคนชอบปรุงเนื้อสัตว์ทั้งหนัง หรือทำอาหารจากผักผลไม้โดยไม่ปอกเปลือก เพราะต้องการประหยัดเวลาและคงคุณค่าทางโภชนาการ บางคนเชื่อว่าการกินทั้งเปลือกจะช่วยเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายได้มากขึ้น ทั้งนี้ ฟังดูเหมือนสมเหตุสมผล แต่ในความเป็นจริง การกินผักผลไม้บางชนิดทั้งเปลือกอาจไม่ดีต่อสุขภาพ และอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย เปลือกของบางชนิดอาจมีสารพิษที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าแค่ท้องเสีย< และนี่คือ ผักผลไม้ 3 ชนิด ที่ไม่ควรกินทั้งเปลือก ประกอบไปด้วย 1. มันฝรั่งที่ยังมีสีเขียวหรือเริ่มงอก มันฝรั่งเป็นเมนูยอดนิยมที่มักปรากฏบนโต๊ะอาหารในฤดูหนาว ไม่ว่าจะผัด ต้ม หรือทอด ก็อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ หลายคนชอบต้มมันฝรั่งทั้งเปลือกเพราะคิดว่าจะไม่เสียคุณค่าสารอาหาร แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น! เปลือกมันฝรั่งมีสารโซลานีน โดยเฉพาะในมันฝรั่งที่มีสีเขียวหรือเริ่มงอก จะมีปริมาณโซลานีนสูงขึ้น การรับสารพิษธรรมชาตินี้ในปริมาณน้อยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ถ้ากินในปริมาณมาก อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบประสาท เช่น เวียนศีรษะหรือหายใจลำบาก 2. ผลไม้ตระกูลส้มกับสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้มโอ ส้ม และส้มเขียวหวาน มีรสชาติอร่อย ฉ่ำน้ำ หลายคนชอบเก็บเปลือกหอม ๆ มาตากแห้งเพื่อนำไปชงชา หรือต้มน้ำดื่ม แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเปลือกของผลไม้เหล่านี้ โดยเฉพาะส้มที่วางขายทั่วไป อาจมีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงและสารกันบูด เพื่อป้องกันการเน่าเสียระหว่างการขนส่งระยะไกล ผู้ค้าส่วนใหญ่มักฉีดพ่นสารกันบูดลงบนเปลือก อย่าคิดว่าเปลือกหนาจะป้องกันสารเคมีได้ เพราะเมื่อแช่เปลือกในน้ำ สารกันบูดเหล่านี้อาจละลายและตกค้างในกระเพาะอาหารได้ง่าย แม้ว่าหลายคนจะเชื่อว่าการล้างด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวเพียงพอในการกำจัดสิ่งสกปรกบนเปลือก …
Read More »ดูไว้นะ! หมอเจด เผยคนมีอาการไม่ร้อน แต่เหงื่อออกกลางคืนจนเสื้อเปียก เตือน 5 โรคที่ไม่ควรมองข้าม
เพจ หมอเจด ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ ไม่ร้อนแต่เหงื่อออกกลางคืนจนเสื้อเปียก! 5 โรคที่ไม่ควรมองข้าม! ระบุว่า เหงื่อออกตอนกลางคืนมีทั้งแบบธรรมดาและแบบที่ควรหาสาเหตุครับ ถ้าห้องร้อน ห่มผ้าหนา ออกกำลังกายดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารเผ็ดก่อนนอน เหงื่อออกบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าอากาศไม่ได้ร้อน ห้องก็เย็นปกติ แล้วตื่นมาพบว่า เสื้อเปียก หมอนชื้น ผ้าปูเปียก ต้องลุกมาเปลี่ยนเสื้อกลางคืน โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำ ๆ หลายคืน ผมไม่อยากให้มองว่า “คงขี้ร้อนเฉย ๆ” ครับ เพราะเหงื่อกลางคืนแบบชุ่มมาก ๆ หรือที่เรียกว่า เหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ (Night sweats) เป็นอาการที่พบได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ฮอร์โมน ยา น้ำตาลต่ำ ไปจนถึงการติดเชื้อหรือโรคบางอย่าง สิ่งสำคัญคือ เหงื่อกลางคืนไม่ได้ฟันธงว่าเป็นโรคร้ายครับ แต่ถ้ามีอาการร่วมบางอย่าง เราควรตามหาสาเหตุให้ชัด 1 ไทรอยด์เป็นพิษ – เครื่องยนต์ร่างกายเร่งอยู่แม้ตอนนอน ไทรอยด์เป็นต่อมที่ควบคุมการเผาผลาญหลายระบบครับ ถ้าฮอร์โมนไทรอยด์สูงเกิน ร่างกายจะเหมือนเครื่องยนต์ที่เร่งรอบอยู่ตลอดเวลา เลยเกิดอาการได้หลายอย่าง เช่น ขี้ร้อนกว่าปกติ เหงื่อออกง่าย ใจสั่น มือสั่น นอนหลับยาก ถ่ายบ่อยขึ้น กินได้แต่น้ำหนักลด บางคนตอนกลางวันก็รู้สึกร้อนง่ายอยู่แล้ว …
Read More »
postkhaosod.com