การถูกงูกัดเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพิษงูบางชนิด สามารถส่งผลต่อระบบประสาท ระบบเลือด และกล้ามเนื้อได้อย่าง รวดเร็ว
สิ่งสำคัญที่สุดหลังถูกงูกัดคือ ตั้งสติ อย่าตกใจ และรีบเข้ารับการ รักษาโดยเร็วที่สุด พร้อมปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อช่วยลดความเสี่ยง

หากถูกงูกัด ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้
1. อยู่ให้นิ่ง ลดการเคลื่อนไหวบริเวณที่ถูกกัด
หลังถูกงูกัด ควรพยายามอยู่นิ่งที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวมากเกินไป อาจทำให้พิษกระจายเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น หากถูกกัดบริเวณแขนหรือขา ควรลดการขยับส่วนนั้น และจัดให้อยู่ต่ำ กว่าระดับหัวใจถ้าเป็นไปได้
2. รีบโทรขอความช่วยเหลือหรือไปโรงพยาบาล
อย่ารอดูอาการ เพราะพิษงูบางชนิดอาจออกฤทธิ์ช้าในช่วงแรก แต่ภาย หลังอาจเกิดอาการรุนแรงได้ หากสามารถทำได้ ควรจดจำลักษณะของงู เช่น สี ขนาด รูปร่าง หรือถ่าย รูปจากระยะปลอดภัย เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสม ไม่ควรพยายามจับงูเอง เพราะอาจถูกกัดซ้ำ
3. ถอดเครื่องประดับบริเวณที่ถูกกัด
หากถูกกัดบริเวณมือ แขน เท้า หรือขา ควรถอดแหวน กำไล รองเท้า หรือสิ่งที่รัดแน่นออก
เพราะบริเวณที่ถูกกัดอาจเกิดอาการบวม และเครื่องประดับอาจทำให้ เลือดไหลเวียนไม่สะดวกมากขึ้น

4. ทําความสะอาดแผลอย่างเบามือ
สามารถล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาดได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกรีดแผล ดูดพิษ หรือใช้สมุนไพรทาบริเวณที่ถูกกัด
วิธีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยกำจัดพิษ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
5. ห้ามทำสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด
X ห้ามใช้ปากดูดพิษออก
X ห้ามกรีดแผลเพื่อให้เลือดออก
ห้ามรัดเชือกแน่นบริเวณเหนือแผล
ห้ามดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแก้พิษ
X ห้ามพยายามจับงูเพื่อเอาไปให้ดูใกล้ๆ
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
หลังถูกงูกัด หากมีอาการเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว
ปวด บวม หรือรอยช้ำบริเวณแผลมากขึ้น
หนังตาตก มองเห็นไม่ชัด
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หายใจลำบาก
เลือดออกผิดปกติ
คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะรุนแรง
แม้บางครั้งแผลจากงูกัดอาจดูเล็กและไม่รุนแรง แต่พิษบางชนิดอาจส่ง ผลต่อร่างกายภายในได้
การรู้วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในช่วงนาทีแรกหลังถูกงูกัด อาจช่วยลดความ
เสียงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มากขึ้น
หากพบงู อย่าเข้าใกล้ อย่าพยายามจับ และควรให้ผู้เชี่ยวชาญ จัดการเพื่อความปลอดภัย.
postkhaosod.com