วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ Los Angeles Times รายงานว่า สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ในมณฑลเมนโดซิโน ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับ สิ่งของภายในอาคารได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขณะที่ทางการเตือนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดใหญ่ตามมา
USGS ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยแรงสั่นสะเทือนมีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้สิ่งของหล่นจากชั้นวางและตู้เก็บของภายในอาคาร
สำนักงานนายอำเภอมณฑลเมนโดซิโนเปิดเผยว่า มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สำนักงานบริหารมณฑลระบุว่า ประชาชนมากกว่า 6,000 คน ต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับหลังเกิดแผ่นดินไหว
นอกจากนี้ USGS ยังประเมินว่า มีโอกาสราว 6% ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.0 หรือมากกว่านั้น ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ
ไมค์ แม็กไกวร์ วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในวงกว้าง ตั้งแต่มณฑลฮัมโบลต์ทางตอนเหนือ ไปจนถึงมณฑลโซโนมาทางตอนใต้
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหายรุนแรงต่อทางหลวง โรงพยาบาล ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเมืองวิลลิตส์และเมืองยูไคยาห์
พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองวิลลิตส์ ซึ่งมีประชากรราว 5,000 คน ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ KCBS ว่า ในช่วงแรกแรงสั่นสะเทือนให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นดินไหวทั่วไป ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาเล่าว่า ไฟภายในร้านกะพริบก่อนดับลง แผ่นฝ้าเพดานเริ่มร่วงหล่น สินค้าบนชั้นวางกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ขณะที่ลูกค้าหลายคนต่างร้องตะโกนและรีบวิ่งออกจากอาคารเพื่อความปลอดภัย
ด้าน ทอม ออลแมน นายกเทศมนตรีเมืองวิลลิตส์ เปิดเผยว่า เขารับรู้แรงสั่นสะเทือนเป็นเวลาประมาณ 8 วินาที ขณะอยู่ภายในร้านอาหาร โดยแรงสั่นทำให้แก้วกาแฟตกจากโต๊ะ และจอมอนิเตอร์หลายเครื่องภายในโรงพยาบาลแห่งใหม่ของเมืองหล่นจากผนัง
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle รายงานว่า ผนังของรีสอร์ตชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองยูไคยาห์เกิดรอยแตกร้าวจากแรงสั่นสะเทือน และภายใน 1 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ มีรายงานอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 2.7
USGS ระบุว่า เมืองวิลลิตส์ได้รับแรงสั่นสะเทือนในระดับรุนแรง ตามมาตรวัดความรุนแรงเมอร์แคลลี ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนแทบทุกคนสามารถรับรู้ได้ และอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง
พื้นที่ภูเขาบริเวณชายฝั่งทางตะวันออกของเมืองวิลลิตส์ และพื้นที่ทางเหนือของ Redwood Valley ซึ่งมีประชากรราว 1,900 คน อาจได้รับแรงสั่นสะเทือนในระดับรุนแรงมาก
ส่วนเมืองยูไคยาห์ได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง ขณะที่เมืองฟอร์ตแบรกก์ เลกพอร์ต เคลียร์เลก และโคลเวอร์เดล รับรู้แรงสั่นสะเทือนในระดับเบา
สำหรับเมืองยูเรกา เรดดิง ชิโค รวมถึงเมืองซานตา โรซา โรห์เนิร์ด ฮาร์ต และเพตาลูมา ในมณฑลโซโนมา สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในระดับอ่อน
USGS ประเมินว่า มีประชาชนประมาณ 60,000 – 70,000 คน ที่สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้
ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้แม่น้ำรัสเซียน ห่างจากเมืองวิลลิตส์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 7 ไมล์ และอยู่ห่างจากเมืองยูไคยาห์ไปทางเหนือราว 15 ไมล์ นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากเมืองฟอร์ตแบรกก์ประมาณ 30 ไมล์ เมืองซานตา โรซา 70 ไมล์ เมืองนาปา 90 ไมล์ และนครซานฟรานซิสโกประมาณ 116 ไมล์
ขณะเดียวกัน ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าของ USGS ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก โดยในช่วงแรกมีการประเมินขนาดแผ่นดินไหวไว้ที่ 6.0 ก่อนจะปรับลดลงเป็น 5.6 ในเวลาต่อมา

