เมื่อตอนที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ เมตา (Meta) แจ้งให้พนักงานทราบเกี่ยวกับแผนการเลิกจ้างพนักงาน 11,000 คน ในช่วงปลายปี 2022 ซึ่งต่อมาได้เพิ่มขึ้นเป็น 21,000 คน ในตอนนั้นเขายังแสดงความเสียใจและยอมรับผิดตรง ๆ ว่าตัวเองจ้างคนเกินความจำเป็นในช่วงที่โควิดแพร่ระบาด ต่อมาในช่วงต้นปี 2023 เขาระบุว่าการปรับลดคนครั้งนั้นจำเป็นต้องทำ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ “ปีแห่งประสิทธิภาพ” (Year of Efficiency) ของเมตา
แต่ผ่านไป 3 กว่าปี ท่าทีของผู้นำระดับสูงกลับเปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ สำหรับการเลิกจ้างพนักงานระลอกใหญ่ครั้งล่าสุดที่จะเริ่มเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์นี้ โดย ไม่มีคำขอโทษใด ๆ หลุดออกมาจากปากของซักเคอร์เบิร์ก และทางเมตาก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวว่า
ตั้งแต่วันพุธนี้เป็นต้นไป เมตากำลังจะลดจำนวนพนักงานลงราว ๆ 10% หรือคิดเป็นตำแหน่งงานประมาณ 8,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้พับแผนการรับคนเพิ่มในตำแหน่งที่ยังว่างอยู่อีก 6,000 ตำแหน่ง ตามบันทึกข้อความภายในเกี่ยวกับการเลิกจ้างเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
การลดขนาดองค์กรครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการปลดพนักงานไปประมาณ 1,000 คนในแผนกเรียลิตี แล็ปส์ (Reality Labs) เมื่อเดือนมกราคม และการปรับลดพนักงานอีกหลายร้อยคนในเดือนมีนาคม รวมถึงการตัดสินใจเลิกพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอกและผู้รับเหมาช่วง (Outsource) ที่เคยจ้างมาทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม (Content Moderation)
ในทางกลับกัน เมตากำลังเร่งอัดฉีดเงินลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างหนัก โดยเมื่อเดือนที่แล้วบริษัทเพิ่งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์งบรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) สำหรับปี 2026 ขึ้นไปอีกถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้งบนี้พุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 145,000 ล้านดอลลาร์
ตอนที่เมตาประกาศแจ้งพนักงานเรื่องการตัดลดตำแหน่งงาน (ซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะมีการเปิดเผยเรื่องการเพิ่มงบลงทุนข้างต้น) บริษัทบอกกับพนักงานว่า การปรับลดคนในครั้งนี้ “เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบริหารบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อช่วยให้เราสามารถชดเชยกับงบลงทุนส่วนอื่นๆ ที่เรากำลังดำเนินการอยู่”
ขณะที่บรรยากาศภายในองค์กร อดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของเมตาหลายราย (ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อเพื่อให้สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้อย่างอิสระ) ต่างบอกตรงกันว่า
ตอนนี้ความรู้สึกหวาดกลัวและระแวงกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่งในบริษัท เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะคาดว่าจะมีคำสั่งปลดคนตามมาอีกเรื่อย ๆ ในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งข่าวระบุว่า อาจมีการ ปลดคนอีกระลอกในเดือนสิงหาคม และตามมาด้วยอีกระลอกในช่วงปลายปี
ซูซาน ลี (Susan Li) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของเมตา ได้กล่าวในระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกว่า กลุ่มผู้บริหารเอง “ก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่าขนาดองค์กรที่เหมาะสมที่สุดในอนาคตควรจะเป็นอย่างไร”
และเมื่อพูดถึงการลงทุนใน AI ลีระบุว่า “ประสบการณ์ของเราจนถึงตอนนี้คือ เราประเมินความต้องการด้านขีดความสามารถในการประมวลผล (Compute Needs) ต่ำเกินไปมาโดยตลอด ทั้งที่เราก็เร่งขยายขีดความสามารถขึ้นอย่างมากแล้ว นั่นเป็นเพราะเทคโนโลยี AI ยังคงก้าวกระโดดไม่หยุด และทีมงานของเราก็ยังคงค้นพบโครงการรวมถึงแนวคิดริเริ่มใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอยู่เรื่อย ๆ”
แหล้งข้อมูล :positioningmag.com/?p=1574330

